Warning: ob_start() [ref.outcontrol]: output handler 'ob_gzhandler' conflicts with 'zlib output compression' in /home/content/19/7439119/html/thai/mainfile.php on line 80
mindcyber.com!
ค้นหาสูตรอาหารเจหรือเพิ่มได้ที่นี่ l ปัญญาตัดกิเลส l Download l วาทะ..คำคม l ธรรมคำกลอน l นิทานเวตาล
เบอร์โทรศัพท์ที่ส่งในทางบวก
  เมนูหลัก 
· Home
· Search
· Statistics
· Your_Account
 

  อนุตตรธรรม 
  • ประวัติวิถีอนุตตรธรรม
  • เสียงจากสุขาวดี
  • คุณวิเศษแห่งวิถีอนุตตรธรรม
  • ศีลห้าจากพระอาจารย์จี้กง
  • ตำหนักพระหรือธรรมสถาน
  • เที่ยวเมืองสวรรค์
  • แสงสว่างแห่งชีวิต
  • จิ่วหยังกวนสถานเคี่ยวกรำผู้บำเพ็ญ
  • โอวาทเทวา 1
  • บุญวาสนามาจากการบริจาค
  • พระโอวาท“พระอนุตตรฯ มารดาสิบบัญญัติ”
  • วันกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์
  • ห้าเทพเทวากราบขอรับธรรม
  • ชีวิตคนเราเหมือนภาพลวงตาจงหันหลังขึ้นฝั่งโดยไว
  • วิถีแห่งความผาสุก
  • รู้แจ้งรากฐาน กลับคืนต้นกำเนิด
  • บันทึกท่องพุทธาลัยของหลินชางคู่
  • บันไดสู่พุทธะ
  • พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์
    อ่านเรื่องอื่นๆ
  •  

      ประวัติพระอริยเจ้า 
  • ประวัติโป๊ยเซียนโจวซือ
  • พระกษิติครรภโพธิสัตว์ มูลปณิธานสูตร
  • กำเนิดพระโพธิสัตว์กวนอิม
  • ศึกษาพระสูตรของเว่ยหล่าง
  • ประวัติเจ็ดอริยเจ้า
  • ชีวิตมีค่า...คุณอนันต์ เล่ม 1
  • ชีวิตมีค่า...คุณอนันต์ เล่ม 2
  • ชีวิตมีค่า...คุณอนันต์ เล่ม 3
  • ประวัติพระอรหันต์จี้กง
  • กำเนิดเซียน
  • พระเกียรติคุณแห่งจอมเทพวินัยธร “กวนอู”
  • พระโพธิธรรม มหาสังฆปรินายก
  • ประวัติเปาบุ้นจิ้น
  •  

    เชื่อหรือไม่พันเอก (พิเศษ) เสนาะ จินตรัตน์(ตายแล้วฟื้น 2 หน)

    หน้า: 1/17
    (4801 คำในบทความ)
    (67973 reads)   หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์  ส่งต่อให้เพื่อนอ่าน




    เชื่อหรือไม่
    พันเอก (พิเศษ) เสนาะ จินตรัตน์


         ก่อนเปิดอก พันเอก (พเศษ) เสนาะ จินตรัตน์ พันเอกพิเศษฝ่ายเสนาธิการประจำกรมส่งกำลังบำรุงทหารบก
         กรุณาอ่าน รินจากเทป
          คุณผู้อ่านจะได้ทราบรายละเอียดของการตายแล้วฟื้นของชายร่างสันทัดวัย 49 ผู้นี้
         ด้วยการบรรยายนับร้อยหนของเขาที่มีผู้สนใจทั้งสโมสรต่าง ๆ กองทัพ องค์การ โรงเรียน บริษัทห้างร้าน ธนาคาร ฯลฯหากเขาได้ยืนกรานว่า
          "ผมจะพูดให้ทหารซึ่งเป็นเพื่อนทหารของผมได้ฟังก่อนเพราะผมเป็นทหารของกองทัพบก เป็นทรัพยากรของกองทัพเพราะฉะนั้นต้องบรรยายให้แก่หน่วยทหารได้ฟังก่อน"
         ที่มาที่มีที่ไปอย่างไรนั้น อ่านได้แล้วค่ะ
    รินจากเทป

         เรื่องราวที่ผมจะพูดในวันนี้ถ้าคิด ๆ ดูมันไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มันเกิดขึ้นแล้วกับผม
         และมันเกิดขึ้นสำหรับผู้ที่ตายไปแล้วนะครับ
         คนที่ตายไปแล้วไม่สามารถฟื้นขึ้นมาและพูดหรือบรรยาย ความรู้สึกในสิ่งที่เขาไปพบเห็นมาให้ฟังได้ เพราะเขาไม่มีโอกาสหรือบางท่านอาจจะมีโอกาส แต่เป็นคนที่ไม่ค่อยจะมีเกียรติ เมื่อพูดจาไปแล้วก็ดูว่าเชื่อถือไม่ได้ เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เลยเป็นสิ่งที่เร้นลับ ไม่มีใครสามารถจะพิสูจน์ได้
         แต่ในฐานะที่ผมประสบมา เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตผม ผมกล้ายืนยันว่า เรื่องเหล่านี้มีจริง เรื่องของผมที่จะเล่าจะเริ่ม ณ บัดนี้
         ชีวิตผมเกิดมาเป็นลูกสิบเอก คุณพ่อเป็นทหารรักษาวังชีวิตความเป็นอยู่แร้นแค้น เพราะว่าคุณพ่อมีลูกเยอะถึง 10 คน
         ผมเป็นคนที่ 3 เมื่ออายุได้ 8-9 ขวบ ช่วงนั้นคุณพ่อมีลูกถึง6-7 คน แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นความเป็นอยู่ลำบากมาก เมื่อเวลาฝนตกทุกคนนอน แต่ผมต้องออกไปหาปลา น้องอีกคนไปหากบหาเขียด อีกคนหาผักบุ้ง เพื่อมาเป็นอาหารมื้อเช้า เงินเดือนสิบเอกแค่ 22 บาท เท่านั้น
         ผมโตขึ้นผมต้องไปรบเวียดนาม ไม่ใช่เพราะผม ego ที่ไปเพราะผมต้องการเงินมาให้ญาติพี่น้องผมเรียนหนังสือ เพราะคุณพ่อผมเสียตั้งแต่ปี 2513
         พูดถึงเรื่องความตายทุกคนก็ไม่อยากจะพบ ไม่อยากประสบ แต่ทุกคนก็อยากรู้ว่า เมื่อเวลาตายแล้วไปไหน จริงหรือไม่เมื่อตายแล้วเราต้องไปนรกหรือไปสวรรค์ เราทำบุญเราจะได้บุญเราทำบาปเราจะได้บาป เรื่องนี้ท่านทุกคนก็สงสัย
         ทุกคนมีกรรม แต่ว่ากรรมของเรานี้เมื่อชาติก่อนเราเป็นอะไร อาจจะเป็นมนุษย์ อาจจะเป็นสัตว์ เราได้สร้างกรรมสร้างเวรไว้กับใคร อันนี้เราไม่ทราบได้
         แต่เมื่อเกิดมาในชาตินี้ กรรมนั้นมันก็ตามมา บางท่านอาจจะไม่เชื่อว่ากรรมนั้นเป็นมาอย่างไร แต่กรรมนั้นมี แต่เราไม่รู้
         ทุกคนเกิดมาก็จะต้องมีการตายแน่นอน พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม หมายความว่ากรรมที่ว่านั้นคือ กุศลกรรมและอกุศลกรรม ซึ่งเราเรียกว่ากรรมดีและกรรมชั่ว
         ท่านอาจจะอยากทราบว่าเวลาจะตายนั้นมันเป็นอย่างไรเพราะเมื่อมีการตายนั้นจะต้องมีการตั้งศพสวด นิมนต์พระมาสวดศพ เป็นการแผ่บุญกุศลให้แก่ผู้ที่ตายไปแล้ว และก่อนที่เราจะบรรจุศพคนตายลงไปในโลง เรามีการรดน้ำศพที่มือขวา
         เวลาที่เรารดน้ำศพ เรามักพูดกันอย่างนี้ คือขออโหสิกรรมผู้ตายเมื่อสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ กรรมใดที่เราเคยผิดพ้องหมองใจก็ขออโหสิกรรมเสียในชาตินี้
         อีกคนหนึ่งก็อาจจะพูดว่า ขอให้ท่านไปสู่สุคติ อีกท่านก็อาจจะพูดว่า ขอให้ท่านจงไปสู่สัมปรายภพเทอญ
          บางท่านก็บอกว่าชีวิตของคนเราเกิดมาแล้วก็ต้องตายเหมือนกัน ขอให้ท่านอย่าได้ห่วงร่างและห่วงวิญญาณในชาตินี้เลยขอจงไปสู่สุคติเถิด
          บางคนก็รดน้ำศพไปอย่างนั้นน่ะ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรการที่เราทำอย่างนั้น เราก็ต้องการให้คนที่ตายไปอยู่ภพหน้า ทั้ง ๆที่เราก็ไม่รู้ว่ามีจริงมั้ยจริง ให้เขาไปอยู่ในภพหน้าด้วยความสุขกว่าที่เขาอยู่ในชาตินี้
         ถึงแม้ว่าเขาจะมีความลำบากในชาตินี้อย่างไรเพียงใดก็ตาม เมื่อเวลาเขาตาย เราก็ขอให้เขาไปดี แล้วก็ไปอยู่ดีกว่าที่เขาเป็นอยู่ในชาตินี้
         แต่ความจริงแล้วการที่เราพูดอย่างนั้นมันก็มีส่วนถูกบ้างแต่ก็ไม่ใช่จะถูกทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์การที่เรารดน้ำศพ เราควรจะพูดอย่างนี้ครับ
         ชีวิตของคนเกิดมา ท่านกับเราตายเหมือนกัน แต่ว่าใครจะตายช้าตายเร็ว ขอให้กรรมดีที่ท่านได้สร้างไว้ในชาตินี้ในภพนี้จงช่วยนำท่านไปสู่สุคติ
         อย่างนี้ครับจึงจะถูก
          และต้องพูดอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งคนตายต้องการมากที่สุด
       หน้าถัดไป (2/17) หน้าถัดไป

    [ กลับไป กฎแห่งกรรม | สารบัญเรื่องพิเศษ ]