Warning: ob_start() [ref.outcontrol]: output handler 'ob_gzhandler' conflicts with 'zlib output compression' in /home/content/19/7439119/html/thai/mainfile.php on line 80
mindcyber.com!
ค้นหาสูตรอาหารเจหรือเพิ่มได้ที่นี่ l ปัญญาตัดกิเลส l Download l วาทะ..คำคม l ธรรมคำกลอน l นิทานเวตาล
เบอร์โทรศัพท์ที่ส่งในทางบวก
  เมนูหลัก 
· Home
· Search
· Statistics
· Your_Account
 

  อนุตตรธรรม 
  • ประวัติวิถีอนุตตรธรรม
  • เสียงจากสุขาวดี
  • คุณวิเศษแห่งวิถีอนุตตรธรรม
  • ศีลห้าจากพระอาจารย์จี้กง
  • ตำหนักพระหรือธรรมสถาน
  • เที่ยวเมืองสวรรค์
  • แสงสว่างแห่งชีวิต
  • จิ่วหยังกวนสถานเคี่ยวกรำผู้บำเพ็ญ
  • โอวาทเทวา 1
  • บุญวาสนามาจากการบริจาค
  • พระโอวาท“พระอนุตตรฯ มารดาสิบบัญญัติ”
  • วันกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์
  • ห้าเทพเทวากราบขอรับธรรม
  • ชีวิตคนเราเหมือนภาพลวงตาจงหันหลังขึ้นฝั่งโดยไว
  • วิถีแห่งความผาสุก
  • รู้แจ้งรากฐาน กลับคืนต้นกำเนิด
  • บันทึกท่องพุทธาลัยของหลินชางคู่
  • บันไดสู่พุทธะ
  • พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์
    อ่านเรื่องอื่นๆ
  •  

      ประวัติพระอริยเจ้า 
  • ประวัติโป๊ยเซียนโจวซือ
  • พระกษิติครรภโพธิสัตว์ มูลปณิธานสูตร
  • กำเนิดพระโพธิสัตว์กวนอิม
  • ศึกษาพระสูตรของเว่ยหล่าง
  • ประวัติเจ็ดอริยเจ้า
  • ชีวิตมีค่า...คุณอนันต์ เล่ม 1
  • ชีวิตมีค่า...คุณอนันต์ เล่ม 2
  • ชีวิตมีค่า...คุณอนันต์ เล่ม 3
  • ประวัติพระอรหันต์จี้กง
  • กำเนิดเซียน
  • พระเกียรติคุณแห่งจอมเทพวินัยธร “กวนอู”
  • พระโพธิธรรม มหาสังฆปรินายก
  • ประวัติเปาบุ้นจิ้น
  •  

    พระโพธิธรรม มหาสังฆปรินายก

    หน้า: 11/11
    (1980 คำในบทความ)
    (16399 reads)   หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์  ส่งต่อให้เพื่อนอ่าน





    ปัจฉิม โอวาท


         สุดท้ายพระอาจารย์ตั๊กม๊อได้กล่าวปัจฉิมโอวาทฝากไว้ว่า
         "บัดนี้...ฉันอายุครบ ๑๕๐ พรรษาแล้ว และได้เสร็จสิ้นภาระกิจหน้าที่ของพระโพธิสัตว์แห่งการมาเยือนถึงแผ่นดินนี้ ฉันได้แผ้วถางบุกเบิกเส้นทางสู่อริยภูมิไว้ให้แล้ว ต่อแต่นี้เป็นต้นไป เป็นหน้าที่ของพวกเธอทั้งหลายที่จะต้องพากเพียรปฏิบัติบำเพ็ญให้ได้บรรลุถึงธรรมที่ฉันได้สอนไว้
         จงช่วยกันหากุศโลบายประกาศธรรมนี้ ถ่ายทอดสืบไปยังอนุชนแต่ละรุ่นๆอย่างกว้างขวางทุกมุมเมืองด้วยความไม่ประมาทแล้วผลบุญกุศลบารมีจากการนี้ จะเกิดขึ้นในอนาคตกาลต่อเนื่องไปอีกหลายร้อยหลายพันชั่วอายุคน ชั้นสูงสุดจะส่งผลให้เข้าถึง"พุทธภูมิ" ขั้นต่ำที่สุดจะทำให้มนุษย์ได้มหาสติ พบแสงสว่างแห่งปัญญาญาณ อันจะส่งผลไปถึงการได้ช่วยชีวิตสัตว์เดรัจฉานให้รอดตายอีกนับไม่ถ้วน ด้วยอำนาจแห่งพระเมตตาพระกรุณาแห่งวิถีธรรมนี้เอง จะเป็นเหตุปัจจัยส่งผลให้ปกป้องคุ้มครองชีวิตสัตว์โลกไว้ได้อย่างมากมายมหาศาลทีเดียว
         โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ่อเกิดหรือที่มาของพระอริยเจ้าพระอรหันต์พระโพธิสัตว์ พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ที่จะอุบัติขึ้นในอนาคตกาลก็ล้วนจะออกมาจากประตูแห่งอาณาจักรธรรมนี้ ฉะ นั้นจึงเท่ากับว่าพวกเธอทั้งหลายได้ทำหน้าที่อันสูงสุดของ "พระโพธิสัตว์" ได้แก่การช่วยแบกหาม เทิดทูนบูชา "พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ"ไว้มิให้วิถีธรรมนี้ด่วนดับสูญจากโลกไปเร็วนัก จะเป็นมหาบุญมหากุศลบารมีอย่างมหาศาลแก่พวกเธอ ตลอดจนสรรพสัตว์ทุกชาติภพไม่มีวันจบสิ้นทีเดียว
         บัดนี้ฉันขอเตือนพวกเธอเป็นครั้งสุดท้ายอีกสักหน่อยว่าจงอย่าประมาทเลยนา วันเวลาหร่อยหรอหมดไปไม่คอยใคร อายุวัย ความชราภาพแห่งสังขารก็กัดกินให้สิ้นไป โดยไม่ยอมคอยใครและวิถีธรรมนี้ ก็ไม่คอยใครเช่นกัน
         จิตตนคิด กายตนทำ ใครทำใครได้เอง สิ่งเหล่านี้ต้องต่างคนต่างทำ จะทำแทนกันนั้นมิได้เลย บุญกุศล มรรคผลนิพพานต้องไปปฏิบัติเอง ลงมือทำด้วยตนเองให้ได้ทันตาเห็น จึงจะเป็นของเธอเองไปได้"

         และแล้วพระโพธิธรรมองค์ปรมาจารย์ก็ตรัสเป็นวาจาสุดท้ายว่า
         "ฉันขออำลาพวกเธอทั้งหลาย
         ฉันจะจากโลกนี้ไปแล้ว....."

         จากนั้น ท่านก็ประทับนั่งนิ่งอยู่ในสมาธิดับขันธ์ในฌานสมบัติ เข้าสู่นิพพาน ท่ามกลางความเศร้าโศกสลดของเหล่าสานุศิษย์ ทั้งหลาย
         เมื่อข่าวนี้ได้แพร่ถึงเมืองหลวง พระเจ้าเหลียงบู๊ตี้ ได้พระราชทานสมณศักดิ์ จารึกที่พระเจดีย์บรรจุพระศพบนภูเขาสงเอ่อชัน อำเภออี๋หยาง มณฑลเหอหนานในปัจจุบัน
         กระทั่งมาถึงสมัยราชวงศ์ถัง องค์จักรพรรดิ์ ถังไท่จง ได้พระราชทานนาม พระอาจารย์ตั๊กม๊อ ว่า "พระฌานาจารย์สัมมาสัมโพธิญาณ"


    "คืนสู่ทิพยภาวะ"

         มีเรื่องโจษจรรเล่าขานกันว่า หลังจากที่พระอาจารย์ตั๊กม๊อดับขันธ์ทิ้งสังขารแล้ว สานุศิษย์ทั้งหลายได้อัญเชิญพระสรีระเข้าบรรจุไว้ในพระเจดีย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
         แต่ทว่า....ช่วงในเวลาเดียวกันนั้น ไกลออกไปทางตอนเหนือของจีน มีขุนนางผู้หนึ่งนามว่า ช่ง หวิน กำลังเดินทางไปปฎิบัติราชการในแถบนั้น ระหว่างทางเขาได้พบกับพระอาจารย์ตั๊กม๊อเดินธุดงค์มา ในมือของท่านหิ้วรองเท้าอยู่ข้างเดียว
         พระอาจารย์ตั๊กม๊อได้กล่าวกับ ขุนนางซ่ง ว่า
          "แผ่นดินบ้านเกิดของเธอ กำลังเกิดเหตุใหญ่ เพราะองค์ ฮ่องเต้เสด็จสวรรคตแล้ว
         เธอจงรีบเร่งกลับเข้าเมืองหลวงโดยเร็วเถิด!"

         ขุนนางซ่ง "พระคุณเจ้ากำลังจะธุดงค์ไปที่ใดหรือขอรับ? "
         พระอาจารย์ต๊กม๊อ "อาตมาเสร็จสิ้นภาระกิจแล้ว กำลังจะกลับอินเดีย "
         ขุนนางซ่ง "แล้วจะมีใครสืบทอดวิถีธรรมจากท่านเล่าขอรับ?"
         พระอาจารย์ต๊กม๊อ "อีก ๔๐ ปี ข้างหน้า บุคคลผู้นั้นจะปรากฏตัว"
         ครั้นขุนนาง ซ่ง หวิน กลับถึงเมืองหลวงก็พบว่าเหตุการณ์เป็นจริงดังคำบอก เขาได้เล่าเรื่องราวการพบปะกับพระอาจารย์ตั๊กม๊อ ที่ภาคเหนือให้บรรดาชาวเมืองฟัง แต่ไม่มีใครยอมเชื่อ ต่างพูด ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ท่านดับขันธ์ทิ้งสังขารแล้ว จะไปพบปะกับใครได้
         ดังนั้นเพื่อพิสูจน์ความจริง จึงได้ทำการขออนุญาตเปิดหอบรรจุพระศพ ปรากฏว่าหีบพระศพว่างเปล่า! เหลือเพียงรองเท้าอีกข้างทิ้งไว้ เหตุการณ์นี้สร้างความฉงนงงงวยให้แก่ผู้คนเป็น อย่าง มาก
         จวบจนกระทั่งบัดนี้ ก็หามีใครล่วงรู้ไม่ว่า พระสรีระของพระอาจารย์ตั๊กม๊อ หายไปไหนและหายไปอย่างไร? "
         แม้แต่อายุของท่าน ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกัน เพราะเมื่อแรกที่ท่านมาถึงประเทศจีน ท่านก็บอกว่า อายุของท่าน ๑๕๐ ปีและถึงตอนจะดับขันธ์ท่านก็ยังคงบอกว่า ท่านอายุ ๑๕๐ ปี อีกเช่นกัน! ประวัติศาสตร์จึงไม่อาจยืนยันอายุที่แท้จริงของพระองค์ท่าน ได้
         พระอาจารย์ตั๊กม๊อ มีอายุ ๑๕๐ ปี จริงหรือ? อยู่ที่ใด? ท่านไปไหน?
         หรือว่าบางที ท่านจะยังคงจาริกไปทั่ว และผู้ที่ศรัทธาอาจจะได้พบปะสนทนากับท่านแล้ว เพียงแต่เราจำพระองค์ท่านไม่ได้หรือว่าท่านเข้าสู่สภาวะทิพย์อันเป็นอมตะนิรันดร สามารถปรากฏกายในทุกที่ และทุกรูปแบบ ไร้ขีดจำกัด เป็นอิสระเสรีอย่างบริสุทธิ์สมบูรณ์
         ทั้งหมดที่กล่าวมา คงไม่ใช่เรื่องไร้สาระ ด้วยเหตุที่ว่า
          "ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ สำหรับผู้ซึ่งหลุดพ้นแล้ว"
    หน้าก่อน หน้าก่อน (10/11)   

    [ กลับไป ประวัติพระอริยเจ้า | สารบัญเรื่องพิเศษ ]