Warning: ob_start() [ref.outcontrol]: output handler 'ob_gzhandler' conflicts with 'zlib output compression' in /home/content/19/7439119/html/thai/mainfile.php on line 80
mindcyber.com!
ค้นหาสูตรอาหารเจหรือเพิ่มได้ที่นี่ l ปัญญาตัดกิเลส l Download l วาทะ..คำคม l ธรรมคำกลอน l นิทานเวตาล
ร่วมกันแชร์ธรรมะดี ได้ที่สังคมธรรมะออนไลน์
  เมนูหลัก 
· Home
· Search
· Statistics
· Your_Account
 

  อนุตตรธรรม 
  • ประวัติวิถีอนุตตรธรรม
  • เสียงจากสุขาวดี
  • คุณวิเศษแห่งวิถีอนุตตรธรรม
  • ศีลห้าจากพระอาจารย์จี้กง
  • ตำหนักพระหรือธรรมสถาน
  • เที่ยวเมืองสวรรค์
  • แสงสว่างแห่งชีวิต
  • จิ่วหยังกวนสถานเคี่ยวกรำผู้บำเพ็ญ
  • โอวาทเทวา 1
  • บุญวาสนามาจากการบริจาค
  • พระโอวาท“พระอนุตตรฯ มารดาสิบบัญญัติ”
  • วันกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์
  • ห้าเทพเทวากราบขอรับธรรม
  • ชีวิตคนเราเหมือนภาพลวงตาจงหันหลังขึ้นฝั่งโดยไว
  • วิถีแห่งความผาสุก
  • รู้แจ้งรากฐาน กลับคืนต้นกำเนิด
  • บันทึกท่องพุทธาลัยของหลินชางคู่
  • บันไดสู่พุทธะ
  • พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์
    อ่านเรื่องอื่นๆ
  •  

      ประวัติพระอริยเจ้า 
  • ประวัติโป๊ยเซียนโจวซือ
  • พระกษิติครรภโพธิสัตว์ มูลปณิธานสูตร
  • กำเนิดพระโพธิสัตว์กวนอิม
  • ศึกษาพระสูตรของเว่ยหล่าง
  • ประวัติเจ็ดอริยเจ้า
  • ชีวิตมีค่า...คุณอนันต์ เล่ม 1
  • ชีวิตมีค่า...คุณอนันต์ เล่ม 2
  • ชีวิตมีค่า...คุณอนันต์ เล่ม 3
  • ประวัติพระอรหันต์จี้กง
  • กำเนิดเซียน
  • พระเกียรติคุณแห่งจอมเทพวินัยธร “กวนอู”
  • พระโพธิธรรม มหาสังฆปรินายก
  • ประวัติเปาบุ้นจิ้น
  •  

    ศึกษาพระสูตรของเว่ยหล่าง

    หน้า: 1/21
    (11545 คำในบทความ)
    (25347 reads)   หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์  ส่งต่อให้เพื่อนอ่าน




    ศึกษาพระสูตรของเว่ยหล่าง

    ตอนที่ 1....เว่ยหล่าง หรือ ฮุ่ยเหนิง
    ตอนที่ 2....วิปัสสนาปัญญา
    ตอนที่ 3....จิตเดิมแท้
    ตอนที่ 4....อนุตตรสัมมาสัมโพธิ
    ตอนที่ 5....ต้นโพธิ์กับกระจกเงา
    ตอนที่ 6....โศลกอันลือเลื่อง
    ตอนที่ 7.... ต้นธาตุ ต้นธรรม
    ตอนที่ 8....ศูนย์กลางจักรวาล
    ตอนที่ 9....ดวงตาเห็นธรรม
    ตอนที่ 10...สัจธรรมแห่งการกินเจ
    ตอนที่ 11....เอกธรรมมรรค
    ตอนที่ 12....บรรลุอย่างฉับพลัน
    ตอนที่ 13....มหาปรัชญาปารมิตา
    ตอนที่ 14....ความว่างที่ไม่รู้จักเต็ม
    ตอนที่ 15.... สัมมาปัญญา
    ตอนที่ 16.... กิเลสคือโพธิ
    ตอนที่ 17.... มหาปัญญา
    ตอนที่ 18.... เหมือนที่ต่าง
    ตอนที่ 19.... ครูที่แท้จริง
    ตอนที่ 20.... วิมุติปัญญา
    ตอนที่ 21.... ความไม่ต้องคิด
    ตอนที่ 22.... พ้นโง่-พ้นฉลาด
    ตอนที่ 23.... มองหาความผิดตนเอง
    ตอนที่ 24.... ทางที่ถูกต้อง
    ตอนที่ 25.... มหาธรรมนาวา
    ตอนที่ 26.... ติดบุญ-บาปพัวพัน
    ตอนที่ 27.... อหังการ
    ตอนที่ 28.... ดินแดนแห่งอมิตาภะ
    ตอนที่ 29.... มนุษย์นคร
    ตอนที่ 30.... แสงแห่งพระพุทธะ
    ตอนที่ 31.... บำเพ็ญในครัวเรือน
    ตอนที่ 32.... ถือศีลแต่ตกนรก
    ตอนที่ 33.... ไหว้พระในบ้าน
    ตอนที่ 34.... ความเป็นธรรม
    ตอนที่ 35.... บัวสีแดงเหนือตมสีดำ
    ตอนที่ 36.... เงินบังโพธิปัญญา
    ตอนที่ 37.... นั่งเฝ้าก้อนเนื้อ
    ตอนที่ 38.... หลงสุขจึงไม่เห็นทุกข์
    ตอนที่ 39.... สมาธิที่ถูกวิธี
    ตอนที่ 40.... หลอกตัวเอง
    ตอนที่ 41.... หลงข้ามภพข้ามชาติ
    ตอนที่ 42.... ไม่ช้า-ไม่เร็ว
    ตอนที่ 43....หนึ่งเป็นสองต้องมีทุกข์

    ตอนที่ 1....เว่ยหล่าง หรือ ฮุ่ยเหนิง
         พระสูตรทางพระพุทธศาสนานิกายเซ็นที่โด่งดัง และเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง เห็นจะไม่มีพระสูตรใดเกิน "สูตรของท่านเว่ยหล่าง" เพราะได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ หลายภาษาและได้รับความสนใจจากประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ของปัญญาชนเนื่องด้วยสูตรของท่านเว่ยหล่างล้วนแต่เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาเพื่อค้นหาหนทางแห่งความเป็นพุทธะ
    และเพื่อความหลุดพ้นไปจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวงในโลกนี้ สูตรของท่านเว่ยหล่างได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดยท่านพุทธทาสภิกขุ ตั้งแต่หมวด 1 ถึง 7 ส่วน หมวด 8 ถึง 9 คุณประวิทย์ รัตนเรืองศรี เป็นผู้แปล
    ทำไมจึงต้องศึกษาสูตรของท่านเว่ยหล่าง
         คำตอบก็คือ พระสูตรนี้ใครได้ศึกษาแล้วก็เป็นการเปิดสติปัญญาของตนให้สว่างไสวและมีทัศนคติต่อพุทธศาสนาได้อย่างแจ่มชัดว่า แท้ที่จริงแล้วศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งปัญญา โดยแท้จริง
    สำเนียงที่เรียกพระสังฆปรินายกองค์นี้ว่า "เว่ยหล่าง" ก็ดีหรือชื่อของท่านผู้บำเพ็ญอื่นใดในพระสูตรนี้ ล้วนแต่ใช้ทับศัพท์ อ่านออกเสียง เป็นภาษาจีน "กวางตุ้ง"
    ส่วนภาษาจีนกลางเรียกว่า"ฮุ่ยเหนิง"
          ท่านฮุ่ยเหนิงมีแซ่สกุลว่า "หรู" เป็นชาวมณฑลกว่างตง บิดาเป็นชาวเมือง ฟั่นหยาง ถูกถอดออกจากราชการและได้รับโทษเนรเทศไปอยู่เมืองซินโจวและถึงแก่กรรมขณะที่ท่านฮุ่ยเหนิงยังเล็กๆอยู่ สองแม่ลูกพากันโยกย้ายไปอยู่กว่างโจว
    ท่านฮุ่ยเหนิงประกอบอาชีพตัดฟืนไปขายเพื่อเลี้ยงดูมารดา
          วันหนึ่งขณะที่นำฟืนไปส่งให้แก่เจ้าจำนำรายหนึ่งในตลาดพลันก็ได้ยินเสียงสวดมนต์ของชายคนหนึ่งอยู่ที่หน้าร้าน ซึ่งท่านฮุ่ยเหนิงเอาฟืนไปส่งนั่นเอง
    ชายคนนั้นสาธยายมนต์มาถึงถ้อยคำที่ว่า
          "พึงทำจิตมิให้มีความยึดถือผูกพันในทุกสภาวะ"
    เมื่อได้ยินถ้อยคำเช่นนี้จิตใจของท่านฮุ่ยเหนิงก็สว่างโพลงในพุทธธรรม จึงถามชายคนนั้นว่า
    "ท่านกำลังสวดอะไร"
    "เรากำลังสวดวัชรสูตร"
    "ท่านไปเรียนมาจากที่ไหน"
          "เราเรียนมาจากท่านอาาจารย์หงเหย่น แห่งวัดตงฉัน ตำบลหวงเหมย เมืองฉีโจว ท่านมีศิษย์อยู่เป็นพันๆ คน โดยสั่งสอนให้ศิษย์ทั้งหลายบริกรรมพระสูตรนี้ เพื่อจักได้ค้นพบธรรมญาณแห่งตนและเข้าถึงความป็นพุทธะ"
    ขณะที่ท่านฮุ่ยเหนิงกำลังซักไซร้ เรื่องราวด้วยความสนใจและแสดงความประสงค์ที่จะเดินทางไปเฝ้าพระอาจารย์หงเหย่น เพื่อเรียนพรระสูตรนี้ท่านมีความตั้งใจแน่วแน่มากจนชายใจบุญผู้อารีอยากสนับสนุนจึงให้เงินท่านฮุ่ยเหนิง 10 ตำลึงเพื่อนำไปให้มารดาไว้ใช้สอย ขณะที่ท่านฮุ่ยเหนิงไม่อยู่ และหลังจากที่ได้จัดแจงให้มีผู้ดูแลมารดาแล้วท่านก็มุ่งหน้าเดินทางไปยังวัดตงฉัน ตำบลหวงเหมยทันที ใช้เวลาเกือบสามสิบวันจึงถึงจุดหมาย
    เมื่อเข้าไปนมัสการพระอาจารย์หงเหยิ่น ท่านก็ถามว่า
    "เจ้ามาจากไหนหรือ และต้องการอะไร"
          "กระผมเป็นคนเมืองซินโจว มณฑลกว่างตง กระผมต้องการมากราบท่านอาจารย์และต้องการหาหนทางความเป็นธรรมชาติแห่งความเป็นพุทธะเท่านั้น นอกจากนี้แล้วกระผมไม่ต้องการอะไรเลย"
    "เธอเป็นชาวกว่างตงหรือ เป็นคนป่าคนดงยังจะหวังเป็นพุทธะได้ยังไงกัน"
          "ทิศเหนือทิศใต้เป็นเพียงแบ่งทิศทาง แต่หาได้แบ่งแยกความเป็นพุทธะไม่กระผมแตกต่างไปจากท่านอาจารย์ก็ตรงที่ร่างกายเท่านั้นแต่ธรรมชาติแห่งความเป็นพุทธะไม่แตกต่างกันเลย"
    คำตอบของท่านฮุ่ยเหนิงได้ให้คำตอบในตัวเสร็จสรรพ โดยชี้ให้เห็นสัจธรรมอย่างหนึ่งว่า มนุษย์ในโลกนี้ล้วนมีความเป็นพุทธะอยู่ในตัวเองทุกชาติทุกภาษา เพียงแต่ว่าเขารู้หรือยอมรับความเป็นพุทธะในตัวเองหรือไม่เท่านั้น
    คนจีน ไทย ฝรั่ง แขก นิโกร เสียงแต่ความดีใจและตกใจล้วนเปล่งออกมาเหมือนกัน นั่นแหละ เสียงของพุทธะในตัวเอง ซึ่งเป็นสากลไม่แตกต่างกันเลย
    ตอนที่ 2....วิปัสสนาปัญญา
          ท่านฮุ่ยเหนิง เกิดในสมัยราชวงศ์ถัง สภาพชีวิตที่แร้นแค้นจึงไม่ได้รับการศึกษา อ่านหนังสือไม่ออก แต่เหตุไฉนเพียงได้ฟังวัชรสูตรเท่านั้น ปัญญาสว่างไสวและเกิดความศรัทธาในพุทธธรรม
    ประการแรกลองพิจารณาจากวัชรสูตรซึ่งเป็นสูตรสำคัญในพุทธศาสนาฝ่ายมหายานซึ่งใจความสำคัญว่าด้วยการปล่อยวางเครื่องร้อยรัดทั้งปวงให้หมด
    ไม่ยึดถือทั้งความดีและความชั่ว ไม่ปรารถนาในบุญ และบาป พระสูตรนี้สอนให้ วางทั้ง รูป และ นาม
          ถ้าเทียบเคียงกับพระสูตรในพุทธศาสนาฝ่ายหินยานก็ได้แก่ อนัตตลักขณสูตร ซึ่งเป็นการประกาศให้ปรากฎแก่เวไนยสัตว์ทั้งปวงถึง "ความไม่มีตัวตน"
    การพูดว่าทุกอย่างในโลกนี้ล้วนแต่เป็นความว่างที่ปราศจากตัวตนจึงเป็นเรื่องยากที่ปุถุชนจะเกิดความเข้าใจ แต่ท่านที่บำเพ็ญให้จิตถึงซึ่งสภาวะแห่งธรรมชาติเดิมแท้แล้วก็เข้าใจแจ่มแจ้งได้เองว่า
    รูปที่มีอยู่นั้นในที่สุดก็ปราศนาการกลายเป็น ดิน น้ำ ลม ไฟ
    นามที่หลงยึดถือ เกียรติยศ ชื่อเสียง ในที่สุดก็เสื่อมถอยหมดไป
          ผู้ที่ดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพที่เกรียงไกรที่สุดในโลก สามารถนำกองทัพปราบปรามแว่นแคว้นต่างๆ ได้ราบคาบอยู่ภายใต้อำนาจ ของตนเอง
    บัดนี้ทั้งตัวแม่ทัพและชื่อเสียงนั้นก็ไม่มีใครรู้จักเลยแม้แต่คนเดียว
          ความมีอยู่ในสิ่งทั้งปวง จึงเกิดขึ้นแต่ "จิตผูกพันติดยึด" ทั้งสิ้นถ้าตัดความยึดถือลงไปได้หมดโดยเด็ดขาด สรรพสิ่งทั้งปวง จึงเป็น "อนัตตา" โดยแท้จริง สภาวะเช่นนี้ต้องใช้ปัญญาตัดความผูกยึดอันเป็น "อุปาทาน" การใช้ความรู้อย่างเดียว จึงไม่อาจตัดความยึดถือได้ เพราะเป็นการตัดแต่เพียงลมปากหากแต่จิตยึดอยู่เหนียวแน่น
    คุณนายคนหนึ่งได้เข้ามาฝากตัวเป็นศิษย์แห่งสำนักวิปัสสนา เธอจึงไปฝึกนั่งสมาธิจนจิตสว่างไสวเงียบสงบแสนดีใจยิ่งนัก จึงเข้าไปกราบ เรียนพระอาจารย์ว่า
    "อาจารย์เจ้าคะ อะไร ๆ อิฉันก็วางได้หมดแล้ว"
    "ยังงั้นเรอะ อีตอแหล" พระอาจารย์ตอบรับ
          ส่วนผู้ปล่อยวางด้วยลมปากพอได้ฟังวาจาของพระอาจารย์โทสะจริตเข้าครอบงำลุกขึ้นกระทืบเท้าแล่นลงจากอาศรมวิปัสสนาไปทันที
    การปล่อยวางใน "รูป" คือสิ่งที่มองเห็นได้นั้นไม่ยากจนเกินไป แต่การปล่อยวาง "นาม" อันสถิตอยู่ในจิตจึงเป็นเรื่องยากลำบากนัก
    ประการที่สองพิจารณาจากท่านฮุ่ยเหนิง ซึ่งมิได้เข้าเรียนพุทธธรรมที่ไหนเลย แม้แต่พรระสูตรต่าง ๆ ก็มิได้ศึกษา แต่พอได้ฟังวัชรสูตรเท่านั้น จิตที่ติดยึดในสรรพสิ่งทั้งปวงก็หลุดพ้น เป็นเพราะ "ปัญญา" ของท่านสว่างไสวขึ้นมาเอง
    "ปัญญา" ที่ตัด อุปาทาน ความยึดถือทั้ง "รูป" และ "นาม" ลงไปได้นั้นย่อมมิใช่ปัญญาอย่างธรรมดาต้องผ่านการสั่งสมมานับหลายชาติ
          ในปัจจุบันมักได้ยินข่าวว่า เด็กอัจฉริยะ อายุเพียง 7 ขวบ สามารถศึกษาวิชาแพทย์ศาสตร์ได้แต่สามารถคำนวณได้เก่งกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างนี้เอาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาวิจัยก็เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ แต่ตามหลักแห่งการเวียนว่ายตายเกิดอันนี้เป็นสัจธรรมของสรรพชีวิต สามารถอธิบายปรากฎการณ์เช่นนี้ได้
    สมัยราชวงศ์ชิงมีขุนนางตรวจการทท่านหนึ่งแซ่สกุลว่า "เฉิน" เดินทางมาตรวจราชการทางภาคใต้ ระหว่างทางที่พักนั้นก็ฝันเห็นทางเดินในตรอกแคบ ๆ แห่งหนึ่ง เมื่อเดินเข้าไปก็พบหญิงชราคนหนึ่งกำลังผัดเส้นหมี่ด้วยกลิ่นที่หอมหวลชวนกินนัก
    ท่านขุนนางผู้นี้ฝันติดต่อกันถึงสามคืน
          เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่ตรงตามฝันจึงเดินเข้าไปในตรอกเล็กๆ พบบ้านมีคุณยายคนหนึ่งกำลังผัดเส้นหมี่อยู่จึงเข้าไปถามว่า
    "คุณยายครับ ผัดเส้นหมี่ทำไม"
    "ยายผัดเอาไปไหว้ลูกสาวของยาย เขาชอบกิน"
          ขุนนางเฉินจึงขอเข้าไปดูห้องของลูกสาวที่ยายเก็บเอาไว้เพราะเป็นลูกสาวคนเดียวที่แกแสนรักแต่ก็หากุญแจห้องเปิดไม่ได้ แต่ขุนนางเฉินพลัน ก็บอกคุณยายว่า อยู่บนหลังตู้เสื้อผ้ามั้ง
    คุณยายก็หากุญแจพบตามที่ขุนนางเฉินบอกและแกก็พูดต่อไปว่า
    "ปกติยาย ผัดหมี่ไหว้ลูกสาวเพียงสองวันเท่านั้น แต่ทำไมครั้งนี้จึง อยากผัดอีกวันก็ไม่รู้"
          เมื่อเปิดเข้าไปในห้อง ขุนนางเฉินพบสมุดบันทึกที่แต่งโคลงกลอนเอาไว้ และก็ประหลาดนักเป็นโคลงกลอนอย่างเดียวกันที่ขุนนางแซ่เฉิน เคยแต่งเข้าสอบไล่ตำแหน่งจอหงวนท่านจึงเขียนต่อท้ายกลอนในสมุดเล่มนั้นว่า
    "วิชาความรู้เรียนแล้วสามารถเอาไปใช้ในชาติต่อไปได้"
    ท่านฮุ่ยเหนิงจึงไม่ต่างอะไรกับผู้ที่เคยบำเพ็ญปัญญาบารมีมาแล้วหลายชาติ ท่านจึงถามพระอาจารย์หงเหยิ่นว่า
          "หลวงพ่อครับ วิปัสสนายานเกิดขึ้นในใจของกระผมเสมอๆ เมื่อจิตมิได้ลอยเลื่อนไปจากธรรมญาณเดิมก็ควรเรียกเขาว่าเป็นเนื้อนาบุญของโลกเช่นกัน หลวงพ่อจะให้กระผมทำอะไรครับ"
    ในครั้งนั้นพระอาจารย์หงเหยิ่นไล่ให้ท่านฮุ่ยเหนิงไปตำข้าวผ่าฟืนในครัวถึงง 8 เดือน โดยท่านยอมรับในความรู้ทางทางพุทธธรรมของท่านฮุ่ยเหนิง
       หน้าถัดไป (2/21) หน้าถัดไป

    [ กลับไป ประวัติพระอริยเจ้า | สารบัญเรื่องพิเศษ ]